งานเฉพาะทาง · Audinote

AI ถอดเสียงคำให้การและสัมภาษณ์ทางกฎหมาย: วิธีเก็บต้นฉบับให้ตรวจย้อนกลับได้

แนวทางถอดเสียงคำให้การ การไต่สวน และสัมภาษณ์พยานด้วย AI โดยแยกคำพูดจริงจากสรุป ตรวจชื่อและเวลา และรักษาความลับของคดี

งานกฎหมายต้องรู้ว่าข้อความใดเป็นคำพูดจริง ข้อความใดเป็นการถอดเสียงที่แก้แล้ว และข้อความใดเป็นบทสรุปของผู้จัดทำ AI ช่วยค้นและร่างเอกสารได้ แต่ไม่ควรทำให้สามสิ่งนี้ปะปนกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องอ้างอิงคำให้การหรือการสนทนาที่มีข้อพิพาท

เก็บเสียงต้นฉบับและบันทึกการเปลี่ยนแปลง

เมื่อได้รับอนุญาตให้บันทึก ให้เก็บไฟล์ต้นฉบับแยกจากไฟล์ที่ตัดต่อหรือปรับคุณภาพ ระบุแหล่งที่มา เวลา ผู้บันทึก และผู้ที่เข้าถึงไฟล์ หากต้องแก้เสียงรบกวน ให้เก็บทั้งก่อนและหลังแก้เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

บทถอดเสียงแต่ละรุ่นควรบอกว่าใครแก้คำไหนและเมื่อไร การใช้ไฟล์ล่าสุดเพียงไฟล์เดียวอาจทำให้ไม่รู้ว่าความต่างมาจากเสียงต้นฉบับหรือการแก้ไขภายหลัง

ตรวจชื่อ ตัวเลข และคำปฏิเสธจากเสียง

ชื่อบุคคล บริษัท วันที่ จำนวนเงิน เลขที่เอกสาร และคำว่า ‘ไม่’ อาจเปลี่ยนความหมายของข้อความทั้งประโยค ให้ทำเครื่องหมายช่วงฟังไม่ชัดและส่งให้ผู้รับผิดชอบตรวจแทนการเลือกคำที่ดูสมเหตุผลที่สุด

หากผู้พูดสลับภาษา ให้เก็บข้อความต้นฉบับไว้คู่คำแปล พร้อมระบุผู้ตรวจคำแปลและบริบทของคำเฉพาะ คำแปลควรช่วยทำความเข้าใจ ไม่ทำให้ต้นฉบับหายไป

แยก transcript, quote และ case summary

Transcript ควรบันทึกสิ่งที่ได้ยินพร้อมเวลา ส่วน quote คือส่วนที่เลือกมาอ้างตรง และ case summary คือการสังเคราะห์ประเด็น ผู้เขียนสรุปควรเปิดช่วงเสียงหรือข้อความต้นฉบับได้เมื่อถูกถามว่าข้อสรุปมาจากไหน

ก่อนนำเอกสารไปยื่น ใช้ในคำปรึกษา หรือส่งให้บุคคลภายนอก ให้ผู้ประกอบวิชาชีพที่รับผิดชอบตรวจความถูกต้องและเงื่อนไขการใช้ข้อมูลตามคดีนั้น อย่าถือว่าบทถอดเสียง AI แทนเอกสารรับรองตามกระบวนการของศาลได้

เช็กลิสต์สำหรับสำนักงานกฎหมาย

  • ได้รับอนุญาตให้บันทึกและประมวลผลไฟล์ตามบริบทงาน
  • มีเสียงต้นฉบับพร้อมข้อมูลที่มาและประวัติการแก้ไข
  • คำอ้างอิงตรงย้อนถึงเวลาในไฟล์ได้
  • คำแปลและสรุปแยกจากถ้อยคำต้นฉบับ
  • จำกัดสิทธิ์เข้าถึงและกำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูล

แหล่งข้อมูล